น้องแมวส่งเสียงดังมากเป็นบางช่วง ร้องดังเป็นสัปดาห์ก็ไม่หยุด! คุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็อาจจะกำลังสงสัยใช่มั้ยครับว่าเจ้านายที่บ้านเป็นอะไรกันแน่ ถึงได้ร้องอย่างเอาเป็นเอาตาย แถมกลิ้งไปกลิ้งมา อยู่ไม่สุขสักที อาการดังกล่าวไม่ใช่เพราะน้องแมวอยากกวนใจเหล่าทาสแมวนะครับ แต่เป็นอาการ “แมวหง่าว” นั่นเอง แล้วอาการแมวหง่าวมันคืออะไร เป็นบ่อยไหม? แมวหง่าวรับมือยังไงดี? เรามาหาสาเหตุพร้อมวิธีแก้ปัญหาไปด้วยกันจากบทความนี้กันเลยครับ! – หมอเอ็ม Ultravet Pet
แมวหง่าว คืออะไรกันนะ?
คำว่า แมวหง่าว ไม่ใช่สายพันธุ์แมวอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจตั้งแต่เด็ก ที่คนเก่าคนแก่มักจะบอกว่า อย่าไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ เดี๋ยวแมวหง่าวมากินตับ เป็นการขู่ให้เด็ก ๆ อย่างเรากลัวเพื่อที่จะได้ไม่ทำอะไรที่มันเป็นอันตรายครับ
แมวหง่าว คืออาการอย่างหนึ่งของน้องแมวในช่วงที่ติดสัดหรือเข้าช่วงหาคู่นั่นเองครับ ซึ่งแมวหง่าว มาจากการที่น้องแมวมักจะร้องหง่าว ๆ เสียงดังกังวานกว่าปกติ คล้ายเสียงเด็กร้องไห้ตอนกลางคืนที่เราได้ยินกัน สามารถพบได้ทั้งตัวผู้และตัวเมียเลยครับ
ช่วงติดสัด หรือ ฤดูผสมพันธ์ของแมว
ช่วงติดสัด เป็นธรรมชาติของแมวและสัตว์อื่น ๆ ทั่วไปครับ ซึ่งสำหรับแมว โดยปกติจะสามารถแสดงอาการติดสัดได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 5 เดือนหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกายและระดับฮอร์โมนเพศที่สร้างจากคอเลสเตอรอล
แมวหง่าว มักพบได้บ่อยมากในช่วงอากาศร้อน เพราะ “แสง” เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้แมวเข้าสู่ช่วงหาคู่เร็ว เนื่องจากแสงจะเข้าไปกระตุ้นต่อมไพเนียลให้หลั่งสารเมทาโลนิน ซึ่งเพิ่มการสร้างฮอร์โมนเพศจนทำให้แมวหง่าวเร็วขึ้นและหลายรอบในหนึ่งฤดู โดยมีระยะเวลาเป็นสัดเฉลี่ยประมาณ 7 วันหรือมากกว่า และอาจกลับมาเป็นสัดใหม่ได้อีกราว 45 วันขึ้นไปหากไม่ได้รับการผสมพันธุ์ครับ
อาการแมวหง่าว
เวลาติดสัด อาการแมวหง่าวไม่ได้มีเพียงแค่การร้องเสียงดังกว่าปกติ แต่จะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งแมวเพศผู้และเพศเมียจะแสดงอาการแตกต่างกันไปครับ โดยสิ่งที่สังเกตได้ง่ายคืออวัยวะเพศของทั้งสองเพศจะมีความบวม เป่ง ซึ่งไม่ใช่อาการผิดปกติ น้องแมวจะดูแลส่วนนั้นของตัวเองบ่อย ๆ เพราะกำลังอยู่ในช่วงหาคู่ นอกจากนี้ เวลาน้องแมวร้องไม่หยุด ยังอาจหมายถึงพฤติกรรมหรือความต้องการอื่น ๆ ของน้องแมวได้ด้วย คุณพ่อคุณแม่จึงต้องสังเกตอาการลูก ๆ ให้ดีเพื่อให้แน่ใจว่าน้องแมวกำลังติดสัดก่อนทำการดูแลรักษาต่อไปครับ
แมวเพศเมีย
- ร้องเสียงดังกังวาน
- กระสับกระส่าย ชอบเดินและกลิ้งไปมา
- ขี้อ้อนกว่าปกติ มักมาถูตัวเราบ่อย ๆ
- มีน้ำใสหรือปนเลือดออกมาจากอวัยวะเพศ
- หากนำมือไปลูบที่บั้นท้าย น้องแมวจะยกก้นตอบ ส่ายหางไปมา และย่ำเท้าหลัง (ถ้ามีอาการนี้ ชัดแล้วครับ แมวหง่าว!)
แมวเพศผู้
- ร้องเสียงหง่าวใหญ่และดัง
- พยายามออกจากบ้านเพื่อไปเจอสาว
- มักปัสสาวะทิ้งกลิ่นไว้ทั่วบริเวณเพื่อให้สาวได้กลิ่น
- ก้าวร้าวกับแมวตัวผู้ด้วยกันเอง
- ขำคอหรือคลอเคลียแมวตัวเมียเพื่อจีบสาว
ข้อควรรู้ : เมื่อน้องแมวตัวเมียแสดงท่าทางเหมือนต้องการให้ช่วย ห้ามช่วยน้องแมวให้สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการท้องลมหรือท้องเทียม ซึ่งเปรียบเหมือนการท้องจริง ๆ แต่ไม่มีลูกแมวอยู่ในท้อง เมื่อถึงกำหนดคลอดและไม่เจอลูกแมว แม่แมวจะพยายามตามหาลูกของตัวเองจนสภาพจิตใจแย่เอาได้ นอกจากนี้ ยังเสี่ยงติดเชื้อทางช่องคลอดได้ด้วยครับ
วิธีรับมือกับอาการ แมวหง่าว ที่พ่อแมวแม่แมวต้องรู้!
เสียงร้องของแมวหง่าว อาจเสียงดังรบกวนคุณพ่อคุณแม่จนไม่เป็นอันหลับนอนกันเลยก็มีครับ การหาวิธีรับมือที่แน่นอนที่สุด หากไม่ต้องการให้น้องแมวมีลูกหลานออกมาให้เราเลี้ยงดู คือการทำหมันแมวครับ แต่หากคุณพ่อคุณแม่คนไหนยังไม่แน่ใจว่าทำหมันดีไหม หมอได้รวมวิธีรับมือแมวหง่าว ให้มีอาการลดลงได้ครับ
-
ให้น้องแมวนอนทับอะไรอุ่น ๆ ก่อน
สามารถใช้อะไรก็ได้ที่มีอุณหภูมิอุ่นพอดี ไม่ว่าจะเป็นผ้าห่ม แผ่นประคบร้อน หรือถุงร้อนที่ใช้เวลาปวดประจำเดือนก็ได้เช่นกันครับ แต่วิธีนี้มีผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน และต้องหมั่นทำให้น้องแมวบ่อย ๆ เพราะเป็นวิธีที่ทำให้แมวสงบลงเท่านั้น อาการแมวหง่าวจะยังไม่หายไปครับ
-
ใช้กัญชาแมว ฟีโรโมนแมว หรือสมุนไพรสำหรับลดอาการติดสัดโดยเฉพาะ
ก่อนที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น คุณพ่อคุณแม่ต้องทราบก่อนนะครับว่าน้องแมวของเราตอบสนองต่อยาหรือสมุนไพรตัวไหนได้ดี เพราะถ้าไม่ได้ผลเลย ข้อนี้ก็ไม่สำคัญครับ แต่หากได้ผล อาจจะทำให้น้องแมวสงบลงได้สัก 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น และจะกลับมาเป็นอีกได้เหมือนกัน
-
เล่นกับน้องแมวให้บ่อยขึ้น
น้องแมวจะอยากได้ความสนใจจากแมวเพศตรงข้ามมาก ๆ ในช่วงนี้ การเล่นกับน้องแมวบ่อย ๆ เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ อาจจะให้ของเล่นที่สามารถฉีกทึ้งได้ จะช่วยลดอาการแมวหง่าวได้ในระดับหนึ่งครับ และยังลดความเครียดช่วงติดสัดได้ด้วย
-
แยกแมวหง่าวตัวผู้ออกจากตัวเมีย
หากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดมีน้องแมวสองเพศ จะต้องจับแยกทันทีครับหากไม่อยากให้น้องงอกลูกหลานออกมาให้เลี้ยงกัน ทางที่ดีที่สุดคือแยกบ้านกันเลย เพื่อไม่ให้ต่างฝ่ายต่างกระตุ้นอาการติดสัดของกันและกันครับ
-
ให้แมวหง่าวอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น
ปิดประตูหน้าต่าง รั้วรอบขอบชิด ห้ามให้แมวหง่าวออกไปข้างนอกครับ การปิดช่องต่าง ๆ ก็จะช่วยลดกลิ่นของแมวเพศตรงข้ามไม่ให้น้องแมวของเราได้กลิ่นชัดเกินไปด้วย
-
รักษาความสะอาดของกระบะทรายและพื้นที่บ้าน
อย่างที่หมอได้บอกไปว่าน้องแมวอาจจะทิ้งกลิ่นไว้รอบ ๆ บ้านด้วยการถูตัวหรือปัสสาวะ ซึ่งคำว่ารอบ ๆ บ้าน คือไม่ใช่ในกระบะทรายครับ น้องแมวจะปัสสาวะไปทั่วพื้นที่เพื่อดึงดูดแมวตัวอื่น ๆ เราต้องทำความสะอาดโดยทันที เพื่อไม่ให้กลิ่นเดิมกระตุ้นน้องแมวให้ทำอีกรอบ ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีแอมโมเนียนะครับ สารนี้มีอยู่ในปัสสาวะของแมวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ล้างไปก็เหมือนไม่ได้ล้างนั่นเอง
-
ฉีดฮอร์โมน
คุณพ่อคุณแม่สามารถเดินทางไปพบสัตวแพทย์และให้สัตวแพทย์ฉีดฮอร์โมนโปรเจสตินสังเคราะห์เพื่อลดผลกระทบของอาการแมวหง่าวได้ แต่ห้ามไปหามาฉีดเองนะครับ การฉีดฮอร์โมนคุมกำเนิดแมวตัวนี้มีผลข้างเคียงรุนแรงมาก! หากทำไม่ถูกวิธีและทำในเวลาที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าก่อนจะฉีดอะไรก็ตามเข้าไปในตัวน้องแมว ต้องให้สัตวแพทย์ตรวจร่างกายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ แฝงอยู่ก่อนและประเมินว่าน้องแมวพร้อมสำหรับการฉีดฮอร์โมนหรือไม่ เพื่อไม่ให้เสียงอันตรายต่อร่างกายของน้องแมวครับ หลังฉีดฮอร์โมนเรียบร้อยแล้ว ต้องทำการให้ยาทางปาก ซึ่งอาจจะเป็นแบบน้ำหรือแคปซูลด้วย ซึ่งวิธีนี้ควรจะเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อไม่สามารถทำหมันให้น้องแมวได้จริง ๆ หากสามารถทำได้ หมอจะไม่แนะนำให้ใช้ฮอร์โมนครับ
ทำหมันแมว ตอนไหนดี? อันตรายหรือเปล่า?
การทำหมันแมว เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและปลอดภัยกว่าการฉีดฮอร์โมนมากครับ เพราะการทำหมันแมวก็คือการตัดอัณฑะ (สำหรับแมวตัวผู้) หรือการตัดรังไข่และมดลูก (สำหรับแมวตัวเมีย) เพื่อไม่ให้น้องแมวมีโอกาสตั้งครรภ์หรือสืบพันธุ์ได้ เป็นวิธีทั่วไปที่สัตวแพทย์แนะนำเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์อย่างไม่ได้ตั้งใจ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถทำหมันให้น้องแมวได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไป แต่จะเหมาะที่สุดคือช่วง 6-8 เดือนเพราะเป็นช่วงที่ใกล้จะกลายเป็นแมวหง่าวแล้ว! แต่ก็สามารถพาลูก ๆ ไปปรึกษาสัตวแพทย์ช่วงอายุได้ 3 เดือนก่อนเพื่อวางแผนการทำหมันในอนาคตก็ได้ครับ
ข้อควรระวัง : เมื่อน้องแมวมีอาการแมวหง่าวหรือแมวติดสัด ช่วงเวลาที่ดีและปลอดภัยที่สุดในการทำหมันคือ อย่างน้อยหนึ่งเดือนหลังจากพ้นระยะติดสัดไปแล้ว เพราะอากาศร้อนร่วมกับอาการติดสัดจะทำให้ความดันเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งการผ่าตัดอาจมีการเสียเลือดมาก และจะเป็นอันตรายต่อน้องแมวถึงขั้นเสียชีวิตได้ครับ
ทำหมันแมวกับ Ultravet Pet Wellness Clinic ดียังไง?
การป้องกันอาการแมวหง่าว เป็นวิธีที่แพร่หลายที่สุดเพื่อไม่ให้น้องแมวไม่ว่าแมวเลี้ยงหรือแมวจรไปผสมพันธุ์กันโดยไม่ได้ตั้งใจ และยังถูกนำมาใช้ในการควบคุมประชากรสัตว์จรจัดอีกด้วย คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายสามารถเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่รับทำหมันน้องแมวได้เลย ทั้งนี้ ก็ต้องตรวจสอบสถานพยาบาลสำหรับสัตว์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ด้วยนะครับ
- ตรวจร่างกายน้องแมวก่อนเข้ารับการผ่าตัดหรือรักษาอื่น ๆ ทุกครั้ง
- สัตวแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีประสบการณ์โดยตรงในการดูแลขั้นตอนการวางยาสลบ การผ่าตัด และตรวจเช็คมอนิเตอร์เช็คร่างกาย เช่น สัญญาณชีพจร ความดันเลือด อุณหภูมิร่างกาย อัตราการหายใจ ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด จนกว่าน้องแมวจะฟื้นเป็นปกติ
- มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อโดยเฉพาะและมีระบบทำความสะอาดฆ่าเชื้อโอโซน
- ใช้เครื่องวางยาสลบสำหรับสัตว์โดยเฉพาะพร้อมเครื่องช่วยหายใจ รวมไปถึงระบบป้องกันแรงดันอากาศส่วนเกินในปอด ช่วยลดความเสี่ยงในการใช้ยาสลบปริมาณมาก
- ดูแลการเย็บแผลให้เรียบร้อยที่สุด สะอาดที่สุด จ่ายยาและอุปกรณ์กันน้องแมวเลียแผล จนกว่าจะตัดไหม ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- ดูแลเอาใจใส่น้องแมวตั้งแต่ก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเครียดของน้องแมว พร้อมรายงานอัพเดตอาการตลอด คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจได้เลย!
สรุป
อาการติดสัดหรือแมวหง่าว เป็นอาการตามธรรมชาติของน้องแมวที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจและศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วน เพราะหากดูแลหรือรักษาไม่ถูกวิธี ก็อาจจะทำให้น้องเป็นอันตรายได้ง่าย ๆ หากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดอยากพาน้องแมวมาทำหมันป้องกันไว้ก่อน สามารถพาเด็ก ๆ เข้ามาปรึกษาหมอและร่วมวางแผนการทำหมันได้กับหมอเอ็ม ที่ Ultravet Pet Wellness Clinic ได้เสมอนะครับ
ติดต่อ – ปรึกษาแพทย์
- Lakeside Villa 1 เลขที่ 901/3-5 (Shop 2) หมู่ 15 ถนน บางนา-ตราด,
- กรุงเทพมหานคร อำเภอบางพลี สมุทรปราการ 10540
- เวลาทำการ : 09.00 – 20.00 น. (หยุดวันอังคาร)
- เบอร์ติดต่อ : 065-526-5994
- Line : @Ultravet
สัตวแพทย์ประจำ
Ultravet Pet Wellness Clinic
น.สพ.ศุภกิตติ์ สีดำ (คุณหมอเอ็ม)